วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
ได้รับการยกย่องให้เป็น
“แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ”
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้รับการยกย่องจาก
คณะกรรมการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ยกย่องให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ที่มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อเป็นต้นแบบให้แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ
ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาในการเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ด้านต่าง ๆ
และเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ให้แก่ผู้เรียนในระบบ - นอกระบบ
และผู้เรียนตามอัธยาศัย ใน 4 ภูมิภาคนั้น
วิทยากรให้ความรู้ เบื้องต้น
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________
ก่อนกลับมอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรผู้ให้ความรู้ สำหรับในวันนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเรื่องระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์ สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทย และได้พบเห็นกับสัตว์น้ำเค็มที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างหน้าตาแปลก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
วิทยากรให้ความรู้ เบื้องต้น
เมื่อไปถึงสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ก่อนเข้าไปชมภายในท่านวิทยากร ได้ให้ความรู้ เบื้องต้น “ น้ำทะเลมีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำจืด
มันมีเรื่องของความเค็ม เกลือ แร่ธาตุต่างๆ ที่กัดทำลายตู้ สมัยก่อนตู้ปลาไม่ได้ใช้เป็นซิลิโคลนชนกันแบบนี้ จะต้องใช้กระจกตัด 4-5 แผ่น ใช้เหล็กฉากเชื่อมบัดกรีต่อกันเป็นกรอบก่อนแล้วเอากระจกวางเข้าไป ใช้ที่ยาเรืออัดกันไม่ให้น้ำรั่ว
และต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้เห็นถึงโครงการ ทางเราจึงได้เสนอขอทุนโครงการ และทางญี่ปุ่นก็ได้ส่งช่างมาสร้างสถาบันวิทยาศาสตร์ให้กับรัฐบาลไทยด้วย สมัยก่อนเราเป็นอควาเรี่ยมที่ใหญ่ที่สุด
แต่ปัจจุบันเป็นระบบปิด ระบบปิดคือเหมือนตู้ปลาใหญ่ๆ ใบหนึ่ง ซึ่งของที่อื่นจะสามารถดันน้ำทะเลเข้าออกโดยตรงแต่ของเราจะต้องใช้น้ำจากที่อื่น ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ไปเอาน้ำที่บางพระ หน้าฝนความเค็มน้ำไม่ถึงต้องไปเอาน้ำทะเลที่แสมสาร
น้ำเค็มที่เราใช้ก็ไว้เติมในตู้ปลา
หรือในห้องปฏิบัติการได้มีการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ
เมื่อเริ่มดำเนินการก็พยายามคิดว่าจะทำออกมารูปแบบไหนเพราะทะเลมันกว้างใหญ่ ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้แบ่งทะเลออกเป็นส่วนๆ เป็นระบบนิเวศต่างๆ ระบบนิเวศก็เหมือนบ้านหรือที่อยู่อาศัยของปลา โดยการทำงานของที่นี่เริ่มที่เขตน้ำขึ้นน้ำลง ว่าสัตว์อะไรอาศัยอยู่ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ่อยมาก วันละ 2 รอบ เดี๋ยวน้ำก็ลงและก็ขึ้นอีก ปลาก็ต้องว่ายน้ำให้เร็ว พอน้ำลงก็ต้องว่ายน้ำตามลงไปให้ได้ สัตว์ทะเลที่อยู่ตามหน้าดินพวกปู พวกหอย ก็ต้องฝังตัวลงไปในหน้าดิน เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะเผาให้ตายหมด
และเมื่อเข้าไปภายในเราก็จะเห็นระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์ สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทยทั้งหมด สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ พอเราได้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ในแต่ละวันก็จะมีโรงเรียนต่างๆ เข้ามาดู เด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของท้องทะเลโดยในแต่ละวันเราก็จะจัดหาวิทยากรเพื่อให้ความรู้กัเด็ก ”
เมื่อเริ่มดำเนินการก็พยายามคิดว่าจะทำออกมารูปแบบไหนเพราะทะเลมันกว้างใหญ่ ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้แบ่งทะเลออกเป็นส่วนๆ เป็นระบบนิเวศต่างๆ ระบบนิเวศก็เหมือนบ้านหรือที่อยู่อาศัยของปลา โดยการทำงานของที่นี่เริ่มที่เขตน้ำขึ้นน้ำลง ว่าสัตว์อะไรอาศัยอยู่ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ่อยมาก วันละ 2 รอบ เดี๋ยวน้ำก็ลงและก็ขึ้นอีก ปลาก็ต้องว่ายน้ำให้เร็ว พอน้ำลงก็ต้องว่ายน้ำตามลงไปให้ได้ สัตว์ทะเลที่อยู่ตามหน้าดินพวกปู พวกหอย ก็ต้องฝังตัวลงไปในหน้าดิน เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะเผาให้ตายหมด
และเมื่อเข้าไปภายในเราก็จะเห็นระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์ สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทยทั้งหมด สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ พอเราได้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ในแต่ละวันก็จะมีโรงเรียนต่างๆ เข้ามาดู เด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของท้องทะเลโดยในแต่ละวันเราก็จะจัดหาวิทยากรเพื่อให้ความรู้กัเด็ก ”
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง
ตามปกติแล้วระดับน้ำของทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำทุกวัน
คือ วันละ ครั้งหรือสองครั้ง เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์
โดยเราทราบได้จากการสังเกตในเวลาที่มี น้ำขึ้น-น้ำลง ตามชายฝั่งหรือตามเกาะต่าง ๆโดยทั่ว
ๆ ไปบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง จะมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย
ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลงนั้น จะมีลักษณะแตกต่างกันไป
ซึ่งเราสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น หาดทราย หาดหิน และหาดโคลน เป็นต้น
__________________________________________________________________
__________________________________________________________________
ปลาในแนวปะการัง บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความ
อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้ เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบ ซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร
นอกจากนี้แล้ว ยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบ
โตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่
จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวย งาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์
ปลาผีเสื้อ และปลาโนรี เป็นต้น
______________________________________________________________________________
การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในทะเลเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบน บกคือ
มีการอยู่ร่วมกัน และพึ่งพาอาศัยกัน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การอยู่ร่วมกันแบบที่
เรียกว่า "ซิมไบโอซิส" (Symbiosis)
ซึ่งหมายถึงการที่สิ่ง มีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่รวมกัน หรืออยู่
ปนกันโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่ง กันและกัน เช่น ปลาการ์ตูน หรือ
ปลาอินเดียแดงสามารถอยู่ร่วมกับ ดอกไม้ทะเล ได้
โดยที่ปลา เหล่านี้จะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบ ภัยและสืบพันธุ์
ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้รับ ประโยชน์จากปลาโดยการล่อเหยื่อหรือชัก
นำเหยื่อให้เข้ามาใกล้พอที่ดอกไม้ทะเล จะจับเป็นอาหารได้
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็ม เป็นสัตว์ โครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัว
และ บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก เพื่อป้องกัน อันตราย
และใช้ยึดของกล้ามเนื้อ เช่น หอย หมึก กุ้ง หนอนทะเล และ ฟองน้ำ สัตว์จำพวกนี้ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งขนาด
รูปร่าง ที่ อยู่อาศัย และอุปนิสัยในการกินอาหาร บางชนิดมี อันตราย
แต่หลายชนิดก็มีประโยชน์ และมีความสำคัญ
_______________________________________________________________________________
ปลาเศรษฐกิจ ในทะเลและมหาสมุทรเขตร้อนเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีปลาชุกชุม
และปลาหลายชนิดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
เกี่ยวกับประเภทของปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร ส่วนมากเป็นปลาที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ปลากะรัง หรือที่เรียกกันว่า "ปลาเก๋า" นอกจากนี้ก็มีปลากะพง ชนิดต่าง ๆ ปลาอีคุด ปลาสีขน ปลาสร้อยนกเขา และ ปลาหูช้าง เป็นต้น
2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่าน้ำลึก ปลา ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย
1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร ส่วนมากเป็นปลาที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ปลากะรัง หรือที่เรียกกันว่า "ปลาเก๋า" นอกจากนี้ก็มีปลากะพง ชนิดต่าง ๆ ปลาอีคุด ปลาสีขน ปลาสร้อยนกเขา และ ปลาหูช้าง เป็นต้น
2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่าน้ำลึก ปลา ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย
นอกจากนี้แล้วม้าน้ำซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งด้วย
เพราะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้และยังส่งเป็นสินค้าออกในรูปของการตากแห้ง
เพราะว่าม้าน้ำนี้ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของยาจีน ม้าน้ำ เป็นปลาที่มีลักษณะพิเศษ คือ
ม้าน้ำตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องเป็นที่สำหรับฟักไข่ที่ได้รับการผสมด้วยเชื้อตัวผู้แล้ว
นอกจากนี้ยังเป็นที่สำหรับให้ตัวอ่อนของลูกม้าน้ำเจริญเติบโตอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งจนกว่ามันจะช่วยตัวเองได้
จึงจะออกมาอาศัยอยู่ภายนอก
_______________________________________________________________
ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก
โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ
ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย
รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์โดยทั่วไปปลาทะเลต่าง ๆ
นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัว
หรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน
เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม
ปลาฉลามกบหรือฉลามแมว ปลาอุบ และ ปลากะรังหัวโขน เป็นต้น
__________________________________________________________________________
ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่
มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่
ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์
มีที่กำบังและหลบภัย ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร เช่น ปลาคอด เป็นต้น
______________________________________________________________________
นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสื่อต่างๆ
ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาชมที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มากมาย
สื่อประเภทวัสดุ
เช่น ป้ายนิเทศ รูปภาพ ของจำลอง ของจริง ฯลฯ
สื่อประเภทอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์
ฯลฯ
สื่อประเภทวิธีการ เช่น การสาธิตการให้อาหารปลา ฯลฯ
สื่อประเภทวิธีการ เช่น การสาธิตการให้อาหารปลา ฯลฯ
ก่อนกลับมอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรผู้ให้ความรู้ สำหรับในวันนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเรื่องระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์ สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทย และได้พบเห็นกับสัตว์น้ำเค็มที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างหน้าตาแปลก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น