วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ศึกษานอกสถานที่ : พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล(แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ)


วันจันทร์  ที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2555  ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล






สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้รับการยกย่องให้เป็น
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ


      
      สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  ได้รับการยกย่องจาก  คณะกรรมการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ยกย่องให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ที่มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นต้นแบบให้แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาในการเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ด้านต่าง ๆ และเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ให้แก่ผู้เรียนในระบบ - นอกระบบ และผู้เรียนตามอัธยาศัย ใน 4 ภูมิภาคนั้น

วิทยากรให้ความรู้ เบื้องต้น 
     เมื่อไปถึงสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  ก่อนเข้าไปชมภายในท่านวิทยากร  ได้ให้ความรู้ เบื้องต้น           น้ำทะเลมีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำจืด มันมีเรื่องของความเค็ม  เกลือ  แร่ธาตุต่างๆ ที่กัดทำลายตู้  สมัยก่อนตู้ปลาไม่ได้ใช้เป็นซิลิโคลนชนกันแบบนี้  จะต้องใช้กระจกตัด 4-5 แผ่น  ใช้เหล็กฉากเชื่อมบัดกรีต่อกันเป็นกรอบก่อนแล้วเอากระจกวางเข้าไป ใช้ที่ยาเรืออัดกันไม่ให้น้ำรั่ว 
           และต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้เห็นถึงโครงการ ทางเราจึงได้เสนอขอทุนโครงการ และทางญี่ปุ่นก็ได้ส่งช่างมาสร้างสถาบันวิทยาศาสตร์ให้กับรัฐบาลไทยด้วย   สมัยก่อนเราเป็นอควาเรี่ยมที่ใหญ่ที่สุด แต่ปัจจุบันเป็นระบบปิด ระบบปิดคือเหมือนตู้ปลาใหญ่ๆ ใบหนึ่ง ซึ่งของที่อื่นจะสามารถดันน้ำทะเลเข้าออกโดยตรงแต่ของเราจะต้องใช้น้ำจากที่อื่น ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ไปเอาน้ำที่บางพระ หน้าฝนความเค็มน้ำไม่ถึงต้องไปเอาน้ำทะเลที่แสมสาร  น้ำเค็มที่เราใช้ก็ไว้เติมในตู้ปลา  หรือในห้องปฏิบัติการได้มีการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ
          เมื่อเริ่มดำเนินการก็พยายามคิดว่าจะทำออกมารูปแบบไหนเพราะทะเลมันกว้างใหญ่ 
ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้แบ่งทะเลออกเป็นส่วนๆ เป็นระบบนิเวศต่างๆ ระบบนิเวศก็เหมือนบ้านหรือที่อยู่อาศัยของปลา โดยการทำงานของที่นี่เริ่มที่เขตน้ำขึ้นน้ำลง ว่าสัตว์อะไรอาศัยอยู่ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ่อยมาก วันละ  2 รอบ เดี๋ยวน้ำก็ลงและก็ขึ้นอีก  ปลาก็ต้องว่ายน้ำให้เร็ว พอน้ำลงก็ต้องว่ายน้ำตามลงไปให้ได้ สัตว์ทะเลที่อยู่ตามหน้าดินพวกปู พวกหอย ก็ต้องฝังตัวลงไปในหน้าดิน เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะเผาให้ตายหมด
          และเมื่อเข้าไปภายในเราก็จะเห็นระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์  สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ  ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทยทั้งหมด  สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ  พอเราได้เป็นแหล่งการเรียนรู้  ในแต่ละวันก็จะมีโรงเรียนต่างๆ เข้ามาดู เด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของท้องทะเลโดยในแต่ละวันเราก็จะจัดหาวิทยากรเพื่อให้ความรู้กัเด็ก 



     สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง  ตามปกติแล้วระดับน้ำของทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำทุกวัน คือ วันละ ครั้งหรือสองครั้ง เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยเราทราบได้จากการสังเกตในเวลาที่มี น้ำขึ้น-น้ำลง ตามชายฝั่งหรือตามเกาะต่าง ๆโดยทั่ว ๆ ไปบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง จะมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลงนั้น จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งเราสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น หาดทราย หาดหิน และหาดโคลน เป็นต้น
            __________________________________________________________________




        ปลาในแนวปะการัง   บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความ อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้ เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบ ซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร นอกจากนี้แล้ว ยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบ โตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวย งาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาผีเสื้อ และปลาโนรี เป็นต้น 

                 
               ______________________________________________________________________________



        การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในทะเลเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบน บกคือ มีการอยู่ร่วมกัน และพึ่งพาอาศัยกัน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การอยู่ร่วมกันแบบที่ เรียกว่า "ซิมไบโอซิส" (Symbiosis) ซึ่งหมายถึงการที่สิ่ง มีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่รวมกัน หรืออยู่ ปนกันโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่ง กันและกัน เช่น ปลาการ์ตูน หรือ ปลาอินเดียแดงสามารถอยู่ร่วมกับ ดอกไม้ทะเล ได้ โดยที่ปลา เหล่านี้จะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบ ภัยและสืบพันธุ์ ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้รับ ประโยชน์จากปลาโดยการล่อเหยื่อหรือชัก นำเหยื่อให้เข้ามาใกล้พอที่ดอกไม้ทะเล จะจับเป็นอาหารได้
        ______________________________________________________________________




    สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็ม เป็นสัตว์ โครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัว และ บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก เพื่อป้องกัน อันตราย และใช้ยึดของกล้ามเนื้อ เช่น หอย หมึก กุ้ง หนอนทะเล และ ฟองน้ำ  สัตว์จำพวกนี้ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งขนาด รูปร่าง ที่ อยู่อาศัย และอุปนิสัยในการกินอาหาร บางชนิดมี อันตราย แต่หลายชนิดก็มีประโยชน์ และมีความสำคัญ 

_______________________________________________________________________________


      ปลาเศรษฐกิจ ในทะเลและมหาสมุทรเขตร้อนเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีปลาชุกชุม และปลาหลายชนิดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับประเภทของปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
          1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร ส่วนมากเป็นปลาที่พบเห็นโดยทั่วไป  เช่น ปลากะรัง หรือที่เรียกกันว่า "ปลาเก๋า" นอกจากนี้ก็มีปลากะพง ชนิดต่าง ๆ ปลาอีคุด ปลาสีขน ปลาสร้อยนกเขา และ ปลาหูช้าง เป็นต้น
          2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่าน้ำลึก ปลา ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม  ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย 


          นอกจากนี้แล้วม้าน้ำซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งด้วย เพราะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้และยังส่งเป็นสินค้าออกในรูปของการตากแห้ง เพราะว่าม้าน้ำนี้ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของยาจีน  ม้าน้ำ เป็นปลาที่มีลักษณะพิเศษ คือ ม้าน้ำตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องเป็นที่สำหรับฟักไข่ที่ได้รับการผสมด้วยเชื้อตัวผู้แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่สำหรับให้ตัวอ่อนของลูกม้าน้ำเจริญเติบโตอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งจนกว่ามันจะช่วยตัวเองได้ จึงจะออกมาอาศัยอยู่ภายนอก 
             _______________________________________________________________



        ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย  รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์โดยทั่วไปปลาทะเลต่าง ๆ นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัว หรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม ปลาฉลามกบหรือฉลามแมว ปลาอุบ และ ปลากะรังหัวโขน เป็นต้น 

             __________________________________________________________________________



           ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร  ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีที่กำบังและหลบภัย  ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร  เช่น ปลาคอด เป็นต้น


          ______________________________________________________________________



         นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสื่อต่างๆ ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาชมที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มากมาย
                  สื่อประเภทวัสดุ      เช่น ป้ายนิเทศ  รูปภาพ  ของจำลอง  ของจริง ฯลฯ
                  สื่อประเภทอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์  ฯลฯ
                  สื่อประเภทวิธีการ   เช่น  การสาธิตการให้อาหารปลา  ฯลฯ


             ก่อนกลับมอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรผู้ให้ความรู้  สำหรับในวันนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเรื่องระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์  สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ  ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทย   และได้พบเห็นกับสัตว์น้ำเค็มที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างหน้าตาแปลก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น