1. หลังศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ให้นิสิตทำกิจกรรมดังนี้
1.1 จากแหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง ให้แบ่งประเภทของแหล่งการ เรียนรู้ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ/อาคารสถานที่/บุคคล/วิธีการ
จัดเป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่
| |
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคเหนือ
|
จังหวัด
|
1. ห้องสมุดประชาชน
|
เชียงใหม่
|
2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี
|
พิษณุโลก
|
3. สวนสัตว์เชียงใหม่
|
เชียงใหม่
|
4. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
|
เชียงใหม่
|
5. ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อยเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง
|
แพร่
|
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
|
จังหวัด
|
6. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร
|
มุกดาหาร
|
7. พระธาตุเรืองรอง
|
ศรีสะเกษ
|
8. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี
|
อุบลราชธานี
|
9. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
|
ขอนแก่น
|
10.สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
|
มหาสารคาม
|
11. สวนสัตว์นครราชสีมา
|
นครราชสีมา
|
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคกลางและตะวันออก
|
จังหวัด
|
12. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
|
ฉะเชิงเทรา
|
13. ห้องสมุดประชาชนจังหวัด “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอเมืองราชบุรี
|
ราชบุรี
|
14. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
|
กรุงเทพมหานคร
|
15. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
|
นครปฐม
|
16. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
|
ปทุมธานี
|
17. เมืองโบราณ
|
สมุทรปราการ
|
18. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
|
ชลบุรี
|
19. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป
|
กรุงเทพมหานคร
|
20. หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
|
กรุงเทพมหานคร
|
21. หอศิลปวิทยนิทรรศน์
|
กรุงเทพมหานคร
|
22. สวนสัตว์ดุสิต
|
กรุงเทพมหานคร
|
23. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
|
ชลบุรี
|
24. ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
|
กรุงเทพมหานคร
|
25. หอสมุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์
|
นครนายก
|
26. ศูนย์ฝึกและพัฒนาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
|
ชลบุรี
|
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคใต้
|
จังหวัด
|
27. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
|
นครศรีธรรมราช
|
28. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”
|
ภูเก็ต
|
29. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน
|
ภูเก็ต
|
30. สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)
|
ตรัง
|
31. สวนสัตว์สงขลา
|
สงขลา
|
1.2 จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ 31 แหล่ง โดยเลือกมา 1 แหล่ง ในประเด็นดังนี้
1.2.1 อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ
องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้ "สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)"
สวนสัตว์พฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ นักเรียนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจจากสภาพแวดล้อมจริงด้วยตนเองได้ เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ให้เห็นและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และให้เข้าใจความสำคัญของธรรมชาติที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่มนุษย์ เกิดความรักความหวงแหนอันจะส่งผลให้งานด้านอนุรักษ์ของประเทศประสบความ สำเร็จต่อไป จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้โดยเฉพาะ ภายในสวนพฤกษศาสตร์มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช ศูนย์ประชุมทางวิชาการ เป็นต้น นอกจากนี้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้เลือกหลายเส้นทางโดยรอบ แต่ละเส้นทางจะตัดผ่านป่าดิบที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งป่าพรุซึ่งมีพรรณพืชที่น่าสนใจมากมาย
1.2.2 นิสิตคิดว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก ให้ระบุ
กลุ่มเป้าหมายหลัก : นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป หรือกลุ่มอนุรักษ์
1.2.3 วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ
"ใช้วิธีการบรรยายและการนำชมโดยวิทยากรและมัคคุเทศก์"
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เดิมที่เป็น สวนรุกขชาติทุ่งค่าย มีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน จำแนกตามประเภทของพันธ์ไม้ เพื่อให้เกิดเรียนรู้ โดยมีการจัดแยกได้ ดังนี้...
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เดิมที่เป็น สวนรุกขชาติทุ่งค่าย มีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน จำแนกตามประเภทของพันธ์ไม้ เพื่อให้เกิดเรียนรู้ โดยมีการจัดแยกได้ ดังนี้...
![]() |
ตัวอย่าง |
สวนอนุกรมวิธาน : แหล่งรวบรวมพันธุ์พืชถิ่นใต้
สวนสัณฐานวิทยา : แหล่งเรียนรู้ลักษณะต่าง ๆ ของพืช
สวนกล้วยไม้ : สวนรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ต่าง ๆ
สวนพืชทนแล้ง : แหล่งรวมพืชที่ปรับตัวได้
สวนพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน : สวนรวมการใช้ประโยชน์ต่าง ๆ จากพืช
สวนรวมพรรณไม้แห่งความรัก : พื้นที่ปลูกต้นไม้ของคู่รัก ที่เข้าร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร
สวนเฟิร์น
พืชกินแมลง
พืชวงศ์ปาล์ม
พืชวงศ์ยาง
ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานศึกษาเรือนยอดไม้”
สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้ จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้ จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
มีเส้นทางเพื่อเดินศึกษาธรรมชาติ (Canopy Walk Way) บริเวณโดยรอบ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ คือ เส้นทางสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ โดยสะพานมีความยาว 175 เมตร ความสูง 3 ระดับ ตั้งแต่ 10 – 18 เมตร ประกอบด้วย 5 ช่วงสะพาน และ 6 หอคอย
มีเส้นทางเพื่อเดินศึกษาธรรมชาติ (Canopy Walk Way) บริเวณโดยรอบ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ คือ เส้นทางสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ โดยสะพานมีความยาว 175 เมตร ความสูง 3 ระดับ ตั้งแต่ 10 – 18 เมตร ประกอบด้วย 5 ช่วงสะพาน และ 6 หอคอย
นอกจากนี้ ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทาง 1,200 เมตร เป็นไม้พื้นล่างที่ขึ้นได้ดีในพื้นที่ลุ่มชุ่มน้ำ เช่น ไผ่ หวาย ระกำ หลุมผี หม้อข้าวหม้อแกงลิง และยี่โถปีนัง เป็นต้น
และจากแหล่งศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ยังกลายเป็แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดตรัง และพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่า
1.2.5 มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียนอย่างไร
วิธีการเรียนรู้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน คือ เด็กเยาวชนสามารถสัมผัสและเรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ตามเส้นทางการเรียนรู้ที่จัดให้ ซึ่งจะทำให้เพลิดเพลินตื่นเต้นไปกับสิ่งที่ได้เห็น ถึงความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ต้นไม้ และพืชต่างๆ ที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจในธรรมชาติและรู้สึกหวงแหน และร่วมมือกันอนุรักษ์ต่อไป
1.2.6 สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย
เชื่อมโยงกับการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการเปิดให้เยี่ยมชมได้ต่อเนื่อง เป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่เน้นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ และได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และเรียนรู้สังคมพืชระดับเรือนยอดไม้ ของต้นไม้สูง ๆ ได้อย่างชัดเจนในระดับสายตา ไม่ว่าจะเป็น ใบ ดอก และผล รวมถึงเห็นสัตว์ป่าจำพวกนก กระรอก กระแต ลิง ค่าง โดยไม่ต้องแหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วใช้กล้องส่อง
*************************************************************************************
2. หลังจากศึกษาเนื้อหาแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคลให้นิสิต Download Clip VDO เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล คนละ 2 ClipVDO พร้อมนำเสนอบน Weblog พร้อมอธิบาย องค์ความรู้ที่ได้/รางวัลที่ได้รับ/จุดเด่น
(ผู้ริเริ่มปลูกผักสลัดเมืองหนาวปลอดสารพิษ)
นายไกร ชมน้อย
วัย 58 ปี ปราชญ์เดินดินอยู่กินแบบพอเพียงแห่งบ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watchv=9uLZnNAuc2k
อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watchv=9uLZnNAuc2k
องค์ความรู้ที่ได้
สวนผักปลอดสารพิษสวนลุงไกร แห่งวังน้ำเขียว ผู้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางเกษตรกร ในการปลูกผักสดปลอดสารพิษสวยๆ ส่งขายที่เห็นอยู่ในร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังต่างๆมากมายหลายแห่งจะมาจากสวนบนดินธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาของลุงไกร ชมน้อย ตัวอย่างเช่นผักสลัด สลัดแก้ว สลัดคอร์ส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดลีฟ บัตเตอร์เฮด และผักชนิดอื่นๆ อีกมาก สวนลุงไกรเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าผักสลัดเมืองหนาวปลอดสารพิษบ้านสุขสมบูรณ์ อยู่ที่ 111 ม.2 ต.ไทยสามัคคี เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเรื่องการผลิตผักปลอดสารพิษ และเป็นแหล่งปลูกผักสลัด ทั้งสลัดใบเขียว ใบแดง สลัดแก้ว สลัดใบแดงหยิกฝอย ฯลฯ
ลุงไกร เคยไปทำงานด้านช่างในต่างประเทศ ทำให้ได้พบเห็นการเกษตรในที่ต่างๆ จึงตัดสินใจปลูกผักสลัด ทั้งที่ยังไม่มีความรู้ด้านการเกษตรเลยช่วงนั้นคนมองว่าบ้าเอาผักเมืองหนาวมาปลูกในแผ่นดินอีสาน แต่ไม่เคยสนใจ เอาความวิริยะบวกความเพียรเพาะปลูกโดยใช้เมล็ดเพาะบนพื้นที่ 1 ตร.ม.จะได้ผัก 12 กอ ต้องคำนวณว่าในแต่ฤดูได้กอละกี่ขีดแล้วใช้วิธีขายตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางช่วงแรกติดต่อส่งผักเข้าเลมอนฟาร์ม ซึ่งต้องการสัปดาห์ละ 300 กก. ทำให้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผักอย่างที่ลูกค้าต้องการ ไม่จำเป็นต้องเน้นปริมาณ ผักบางชนิดราคาในตลาด กก.ละ 300 บาท ได้พยายามมองหาผักใหม่ๆ มาทดลองปลูกอยู่เสมอและประเมินความต้องการของตลาด โดยการปลูกผักใกล้เคียงกับธรรมชาติ ให้เกิดความสมดุล ให้ผักมันควบคุมของมันเองโดยที่เราไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง การรดน้ำผมก็ใช้ระบบเดินฉีด บางทีหนอนกำลังกินใบอยู่แรงดันน้ำจะทำให้หนอนตกลงไปกองอยู่กับพื้น พวกนี้มันอยู่ตรงไหนก็ตรงนั้น เมื่อตกดินก็กินดินเป็นการลดต้นทุนไปในตัว
ความแตกต่างของการทำสวนของลุงไกร ที่ไม่มีใครเหมือนคือคำพูดที่ว่า "ผักของผมโตได้ด้วยเสียงเพลง" เพราะลุงไกรจะนั่งบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้ผักฟัง เปิดลำโพงเสียงกำลังดีไม่ดังเกินไปไม่เบาเกินไป ทำให้ได้ผักคุณภาพดีมากมายถูกส่งจากสวนของลุงไกรไปยังสถานที่ต่างๆ มานานหลายปี
รางวัลที่ได้รับ
* ลุงไกร ชมน้อย ได้รับการยกย่องว่าเป็น เกษตรศิลปินแห่งวังน้ำเขียว
* ปรัชญาแนวคิดของลุงไกร ได้รับการยกย่องทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ ลุงไกรได้รับใบประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
จุดเด่น
นายไกร ชมน้อย เป็นผู้ที่มีวิริยะและความเพียร ได้พยายามมองหาผักใหม่ๆ มาทดลองปลูกอยู่เสมอและประเมินความต้องการของตลาด รวมทั้งยังใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข จุดเด่นของสวนลุงไกรนั้น นอกจาก นักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อผักปลอดสารพิษที่เก็บมาจากแปลงสดๆ ก็จะมีการโชว์เพลงสไตล์คันทรี่ ร้องเพลงให้ผักและนักท่องเที่ยวฟัง ลุงไกร จึงได้รับการขนามว่า "เกษตรกรศิลปิน" และ แม้ลุงจะรักในความเป็นศิลปิน แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งอาชีพเกษตรกรรม จึงถือเป็นเกษตรศิลปินที่น่ายกย่องและน่าเอาเป็นแบบอย่าง
สวนผักปลอดสารพิษสวนลุงไกร แห่งวังน้ำเขียว ผู้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางเกษตรกร ในการปลูกผักสดปลอดสารพิษสวยๆ ส่งขายที่เห็นอยู่ในร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังต่างๆมากมายหลายแห่งจะมาจากสวนบนดินธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาของลุงไกร ชมน้อย ตัวอย่างเช่นผักสลัด สลัดแก้ว สลัดคอร์ส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดลีฟ บัตเตอร์เฮด และผักชนิดอื่นๆ อีกมาก สวนลุงไกรเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าผักสลัดเมืองหนาวปลอดสารพิษบ้านสุขสมบูรณ์ อยู่ที่ 111 ม.2 ต.ไทยสามัคคี เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเรื่องการผลิตผักปลอดสารพิษ และเป็นแหล่งปลูกผักสลัด ทั้งสลัดใบเขียว ใบแดง สลัดแก้ว สลัดใบแดงหยิกฝอย ฯลฯ
ความแตกต่างของการทำสวนของลุงไกร ที่ไม่มีใครเหมือนคือคำพูดที่ว่า "ผักของผมโตได้ด้วยเสียงเพลง" เพราะลุงไกรจะนั่งบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้ผักฟัง เปิดลำโพงเสียงกำลังดีไม่ดังเกินไปไม่เบาเกินไป ทำให้ได้ผักคุณภาพดีมากมายถูกส่งจากสวนของลุงไกรไปยังสถานที่ต่างๆ มานานหลายปี
รางวัลที่ได้รับ
* ลุงไกร ชมน้อย ได้รับการยกย่องว่าเป็น เกษตรศิลปินแห่งวังน้ำเขียว
* ปรัชญาแนวคิดของลุงไกร ได้รับการยกย่องทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ ลุงไกรได้รับใบประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
จุดเด่น
นายไกร ชมน้อย เป็นผู้ที่มีวิริยะและความเพียร ได้พยายามมองหาผักใหม่ๆ มาทดลองปลูกอยู่เสมอและประเมินความต้องการของตลาด รวมทั้งยังใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข จุดเด่นของสวนลุงไกรนั้น นอกจาก นักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อผักปลอดสารพิษที่เก็บมาจากแปลงสดๆ ก็จะมีการโชว์เพลงสไตล์คันทรี่ ร้องเพลงให้ผักและนักท่องเที่ยวฟัง ลุงไกร จึงได้รับการขนามว่า "เกษตรกรศิลปิน" และ แม้ลุงจะรักในความเป็นศิลปิน แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งอาชีพเกษตรกรรม จึงถือเป็นเกษตรศิลปินที่น่ายกย่องและน่าเอาเป็นแบบอย่าง
วิเชียร คำเจริญ หรือ ลพ บุรีรัตน์
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง)
เกิดที่ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watch?v=2631rZ5N7Vs
องค์ความรู้ที่ได้
ครูลพ บุรีรัตน์ เป็นครูเพลงผู้ที่มีฝีมือการรังสรรค์ตัวอักษร แต่กว่าครูเพลงผู้นี้ที่จะก้าวขึ้นมายืนแถวหน้า ครูลพต้องฝ่าฝันอุปสรรคในชีวิตมาไม่น้อย ได้พบกับแรงกดดันเพราะเป็นนักร้องไม่ได้ จึงผลันตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลง จนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาเดินมาไกลอย่างทุกวันนี้ และด้วยกำลังใจที่ดีทำให้เขาลุกขึ้นได้ในวันที่เขาล้ม
ครูลพ บุรีรัตน์ ได้รับการยอมรับความนิยมลือลั่นในวงการเพลงลูกทุ่ง เมื่อประพันธ์เพลง ให้ราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ขับร้อง อาทิ เพลง ดาวเรืองดาวโรย สาวนาสั่งแฟน กระแซะเข้ามาซิ อื้อฮื้อหล่อจัง ผู้ชายในฝัน ห่างหน่อยถอยนิด พี่ไปดูหนูไปด้วย สยามเมืองยิ้ม หนูไม่รู้หนูไม่เอา เป็นต้น เทคนิคการประพันธ์เพลงของครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสื่อความหมายได้ชัดเจน สนุกสนาน ถ้าจะมองว่ามีลักษณะสองแง่อยู่บ้าง แต่ครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้เทคนิคในการประพันธ์ บังสองแง่เอาไว้ ไม่บอกออกมาตรง ๆ คนฟังจะต้องนำไปคิดเอาเองตามภูมิหลังของตน ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการที่ดี
นอกจากนี้ครูลพ บุรีรัตน์ จะถือคติ ในการประพันธ์เพลงว่า นอกจากผู้ฟังจะได้รับความสนุกสนานจากการฟังเพลงแล้ว ผู้ฟังจะต้องได้ข้อคิด จากการฟังเพลงของเขาไปพร้อมกันด้วย อาทิ เพลง ทรัยพ์สินคนเก่า เป็นคติเตือนใจให้คนไทยรักษามรดก ภูมิปัญญาของบรรพชน รักชาติ ไม่ทุจริตคดโกง เพื่อชาติไทยจะได้วัฒนาถาวรตลอดไป ผลงานของครูลพ บุรีรัตน์ มีมากกว่า 2,000 เพลง มีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งประเภทเพลงลูกทุ่งแนวสนุกสนาน แนวรัก แนวสร้างสรรค์ แนวเพลงเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่า
ครูลพ บุรีรัตน์ เป็นครูเพลงผู้ที่มีฝีมือการรังสรรค์ตัวอักษร แต่กว่าครูเพลงผู้นี้ที่จะก้าวขึ้นมายืนแถวหน้า ครูลพต้องฝ่าฝันอุปสรรคในชีวิตมาไม่น้อย ได้พบกับแรงกดดันเพราะเป็นนักร้องไม่ได้ จึงผลันตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลง จนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาเดินมาไกลอย่างทุกวันนี้ และด้วยกำลังใจที่ดีทำให้เขาลุกขึ้นได้ในวันที่เขาล้ม
ครูลพ บุรีรัตน์ ได้รับการยอมรับความนิยมลือลั่นในวงการเพลงลูกทุ่ง เมื่อประพันธ์เพลง ให้ราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ขับร้อง อาทิ เพลง ดาวเรืองดาวโรย สาวนาสั่งแฟน กระแซะเข้ามาซิ อื้อฮื้อหล่อจัง ผู้ชายในฝัน ห่างหน่อยถอยนิด พี่ไปดูหนูไปด้วย สยามเมืองยิ้ม หนูไม่รู้หนูไม่เอา เป็นต้น เทคนิคการประพันธ์เพลงของครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสื่อความหมายได้ชัดเจน สนุกสนาน ถ้าจะมองว่ามีลักษณะสองแง่อยู่บ้าง แต่ครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้เทคนิคในการประพันธ์ บังสองแง่เอาไว้ ไม่บอกออกมาตรง ๆ คนฟังจะต้องนำไปคิดเอาเองตามภูมิหลังของตน ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการที่ดี
นอกจากนี้ครูลพ บุรีรัตน์ จะถือคติ ในการประพันธ์เพลงว่า นอกจากผู้ฟังจะได้รับความสนุกสนานจากการฟังเพลงแล้ว ผู้ฟังจะต้องได้ข้อคิด จากการฟังเพลงของเขาไปพร้อมกันด้วย อาทิ เพลง ทรัยพ์สินคนเก่า เป็นคติเตือนใจให้คนไทยรักษามรดก ภูมิปัญญาของบรรพชน รักชาติ ไม่ทุจริตคดโกง เพื่อชาติไทยจะได้วัฒนาถาวรตลอดไป ผลงานของครูลพ บุรีรัตน์ มีมากกว่า 2,000 เพลง มีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งประเภทเพลงลูกทุ่งแนวสนุกสนาน แนวรัก แนวสร้างสรรค์ แนวเพลงเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่า
รางวัลที่ได้รับ
* พ.ศ.2520 ได้รับพระราชทานรางวัลเสาอากาศทองคำจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ผลงานประพันธ์คำร้องยอดเยี่ยม เพลง ข้า ฯ คือไทย ขับร้องโดยก้องเพชร แก่นนคร
* พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผลงานประพันธ์คำร้องยอดเยี่ยม เพลงรางวัลนักรบ ขับร้องโดย ยอดรัก สลักใจ
* พ.ศ.2525 ได้รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ พร้อมโล่เชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานฉลอง 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ผลงานประพันธ์คำร้อง สร้างสรรค์สังคมเพลง ทำดีสักทีเถอะน่า ขับร้องโดย ทรงกลด จันทร์เวช และเพ็ญจันทร์ พินิจค้า นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลศิลปิน ตัวอย่างสาขาประพันธ์เพลงลูกทุ่งอีก 1 รางวัล
* พ.ศ.2525 ได้รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ พร้อมโล่เชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานฉลอง 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ผลงานประพันธ์คำร้อง สร้างสรรค์สังคมเพลง ทำดีสักทีเถอะน่า ขับร้องโดย ทรงกลด จันทร์เวช และเพ็ญจันทร์ พินิจค้า นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลศิลปิน ตัวอย่างสาขาประพันธ์เพลงลูกทุ่งอีก 1 รางวัล
* พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานรางวัลผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 1 รวม 2 เพลง คือ เข้าเวรรอ ขับร้อง โดย ศรเพชร ศรสุพรรณ และเพลงสาวนาสั่งแฟนขับร้องโดยพุ่มพวง ดวงจันทร์
* พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องเพลง พลบค่ำ แล้วมอบให้ครูลพ บุรีรัตน์ ประพันธ์ทำนองเพลง
* พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ประพันธ์คำร้องและทำนองเพลงดีเด่นถึง 3 เพลง ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยสืบสานคุณค่า วัฒนธรรมไทย ประกอบด้วยเพลง ทรงมหาเสน่ห์ ขับร้องโดยลัดดาวัลย์ ประวัติวงศ์ แบ่งกันคนละครึ่ง ขับร้องโดย ยอดรัก สลักใจ หลงมนต์คนเอฟเอ็ม ขับร้องโดยสิรินทรา นิยากร
* พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานรางวัล ผู้ประพันธ์เพลงดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรม ราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2ผลงานเพลงสยามเมืองยิ้ม ขับร้องโดยพุ่งพวง ดวงจันทร์
* พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานรางวัล ผู้ประพันธ์เพลงดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรม ราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2ผลงานเพลงสยามเมืองยิ้ม ขับร้องโดยพุ่งพวง ดวงจันทร์
* พ.ศ.2539 ได้รับยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะผู้ประพันธ์เพลงรณรงค์วัฒนธรรมไทย ด้วยผลงานเพลงถึง 3 เพลง คือ เอกลักษณ์ไทยย่องเมืองเท่ เท่ และ พระเทพฯ ทรงบุญ
* พ.ศ.2548 ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง) ประจำปี พ.ศ.2548
* พ.ศ.2548 ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง) ประจำปี พ.ศ.2548








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น