วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ศึกษานอกสถานที่ : หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา


วันจันทร์  ที่  26  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2555  ณ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก




         หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเป็นแหล่งการเรียนประเภทสถานที่ และประเภทกิจกรรมรู้  เนื่องด้วยมีสื่อการเรียนรู้มากมาย ที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามอัธยาศัย


ภายในมีการจัดนิทรรศการแบบถาวรนำเสนอ 11 ชุด คือ

1.เยือนถิ่นบูรพาวันนี้
2.ตามรอยอารยธรรมแห่งบูรพทิศ
3.แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออก
4.แหล่งโบราณคดีหนองโน จังหวัดชลบุรี 
5.ประวัติศาสตร์โคกพนมดี จังหวัดชลบุรี 
6.วิถีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินภาคตะวันออกในยุคประวัติศาสตตร์ก่อนสยามประเทศ
7.เมืองโบราณยุคประวัติศาสตร์ที่สำคัญบนดินแดนบูรพทิศ
8.เมืองศรีมโหสถ
9.อิทธิพล ความเชื่อและศาสนาในเมืองศรีมโหสถ 
10.ชนต่างวัฒนธรรมในชุมชนภาคตะวันออก 
11.จิตรกรรมฝาผนัง งานศิลปะอันทรงคุณค่า


เยืยนถิ่นบูรพาวันนี้ 



       ได้นำเสนอลักษณะกายภาพของพื้นที่และภาพรวมของภาคตะวันออกในปัจจุบัน ทั้งสภาพความเป็นอยู่ และวิถีทำกินของชุมชน


ตามรอยอารยธรรมแห่งบูรพทิศ



      ได้นำเสนอการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่และชุมชนในภาคตะวันออก  มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทราวดี เขมรโบราณ สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี



แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออก


     ได้นำเสนอแหล่งโปราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความสำคัญในฐานะที่แสดง ถึงหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชนโบราณบริเวณริมฝั่งทะเล ที่สะท้อนภาพชีวิตความเป็นอยู่ และวิถีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ


แหล่งโบราณคดีหนองโน จังหวัดชลบุรี 




    ได้นำเสนอเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีที่มีการพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณ ที่มีอายุถึง ๔๕๐๐-๔๐๐๐ ปี นับเป็นชุมชนฝั่งทะเลสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย



ประวัติศาสตร์โคกพนมดี จังหวัดชลบุรี 



       ได้นำเสนอเรื่องราวของโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เพียง    แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุ ๔๕๐๐ – ๔๐๐๐ ปี มาแล้วซึ่งพึ่งพาอาหารจากทะเลเป็นหลัก และมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานกว่า ๔๐๐ ปี


วิถีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินภาคตะวันออกในยุคประวัติศาสตร์ก่อนสยามประเทศ 


   ได้นำเสนอเรื่องราวของวัฒนธรรมภายนอกทั้งจากอินเดีย เขมรโบราณ และดินแดนโพ้นทะเลที่เข้ามามีอิทธิพล บนแผ่นดินภาคตะวันออก และยังปรากฎร่องรอยหลักฐานจวบจนปัจจุบัน


เมืองโบราณยุคประวัติศาสตร์ที่สำคัญบนดินแดนบูรพทิศ 



      ได้นำเสนอเรื่องราวของเมืองโบราณสำคัญได้แก่  เมืองเพนียด    จังหวัดจันทบุรี , 
 เมืองพระรถ    จังหวัดชลบุรี  , เมืองศรีพโล    จังหวัดชลบุรี , เมืองพญาเเร่   จังหวัดชลบุรี


เมืองศรีมโหสถ

        ได้นำเสนอเรื่องราวของเมืองศรีมโหสถ เมืองโบราณสำคัญในสมัยวัฒนธรรม ทราวดี ซึ่งมีพัฒนาการมาจาก สถานีการค้าสำคัญที่มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชน มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ถึงสมัยทราวดี


อิทธิพล ความเชื่อและศาสนาในเมืองศรีมโหสถ 




       ได้นำเสนอเรื่องราวของอิทธิพลความเชื่อและศาสนาหลากหลายวัฒนธรรมทั้งพุทธ พราหมณ์ ฮินดู ที่เข้ามามีบทบาทในเมืองศรีมโหสถ ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก


ชนต่างวัฒนธรรมในชุมชนภาคตะวันออก 




           ชนต่างวัฒนธรรมในภาคตะวันออกได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในภาคตะวันออกได้แก่ คนชอง คนจีน คนญวณ คนลาวและไทยมุสลิม


คนชอง 
              เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตป่าภาคตะวนออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเขา ที่ราบระหว่างหุบเขาซึ่งเป็นป่าทึบ

คนจีน
              เข้ามาตั้งรกรากในภาคตะวันออกตั้งแต่อยุธยาสืบเนื่องถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะตามเมืองท่าชายทะเล ชาวจีนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจการค้า การประมง  ชาวจีนเป็นคนปลูกพริกไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำ

คนญวณ
              สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กลุ่มชาวญวณได้อพยพเข้ามายังดินแดนประเทศไทยครั้งใหญ่และได้ตั้งถิ่นฐานกระจายกันออกไป

คนลาว
              กลุ่มคนลาว (พวน หรือ  เวียง) ภาคตะวันออกถูกกวาดต้อนในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีลักษณะเฉพาะของกลุ่มคนลาว ที่มักมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานชุมชนเพื่อบุกเบิกที่ทำกินและที่อยู่อาศัยใหม่อยู่เสมอ  จึงอาจกล่าวได้ว่า ดินแดนภาคตะวันออกตั้งแต่เขตนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ไปยังชลบุรีนั้นชุมชนบ้านเมืองส่วนใหญ่เกิดจากการกระจายตัวของพวกลาว
คนไทยมุสลิม   
              มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถูกกวาดต้อนมาจากปัตตานีในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  รัชกาลที่ 1  และ กลุ่มชนเขมรที่นับถือศาสนาอิสลามหรือที่เรียกว่า  แขกจาม  ซึ่งถูกกวาดต้อนเข้ามาในสมัยทำสงครามกับญวนในประเทศเขมร สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 3


ตัวอย่างภาษาพูดของชาวชอง

จิตรกรรมฝาผนัง งานศิลปะอันทรงคุณค่า




       งานศิลปะอันทรงคุณค่า ได้นำเสนอภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดริมฝั่งทะเลภาคตะวันออกซึ่งเป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่า มีเอกลักษณ์ของงานฝีมือช่างท้องถิ่น และสะท้อนถึงภาพสังคม วัฒนธรรมความเชื่อของชุมชน


สื่อที่ใช้ในหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก

     โทรทัศน์          :    บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดปราจีนบุรี ศรีมโหสถ รอยพระพุทธบาท
สระน้ำโบราณ เป็นต้น



     วีดิทัศน์           :    เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ของหอ
ศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก



     สื่อเสียง           :    การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง  เป็นการบันทึกเสียงเพื่อบอกเล่าเรื่อง
 ราวของการดำรงชีวิตของกลุ่มคนในจังหวัดชลบุรีในสมัยก่อน





     ทัศนสัญลักษณ์  :   จะเป็นแผนที่ในภาคตะวันออกและแผนที่หอศิลปะ


     ของจริง            :    ชิ้นส่วนดินเผา




     ของจำลอง        :    หุ่นขี้ผึ้งจำลอง



     วจนสัญลักษณ์   :    วิทยากรที่มาให้ความรู้ 




              นอกจากนี้หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกก็ยังมีส่วนจัดแสดงนิทรรศการผลงานทางศิลปะ อีกด้วย




วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ศึกษานอกสถานที่ : พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล(แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ)


วันจันทร์  ที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2555  ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล






สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้รับการยกย่องให้เป็น
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ


      
      สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  ได้รับการยกย่องจาก  คณะกรรมการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ยกย่องให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ที่มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นต้นแบบให้แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาในการเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ด้านต่าง ๆ และเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ให้แก่ผู้เรียนในระบบ - นอกระบบ และผู้เรียนตามอัธยาศัย ใน 4 ภูมิภาคนั้น

วิทยากรให้ความรู้ เบื้องต้น 
     เมื่อไปถึงสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  ก่อนเข้าไปชมภายในท่านวิทยากร  ได้ให้ความรู้ เบื้องต้น           น้ำทะเลมีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำจืด มันมีเรื่องของความเค็ม  เกลือ  แร่ธาตุต่างๆ ที่กัดทำลายตู้  สมัยก่อนตู้ปลาไม่ได้ใช้เป็นซิลิโคลนชนกันแบบนี้  จะต้องใช้กระจกตัด 4-5 แผ่น  ใช้เหล็กฉากเชื่อมบัดกรีต่อกันเป็นกรอบก่อนแล้วเอากระจกวางเข้าไป ใช้ที่ยาเรืออัดกันไม่ให้น้ำรั่ว 
           และต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้เห็นถึงโครงการ ทางเราจึงได้เสนอขอทุนโครงการ และทางญี่ปุ่นก็ได้ส่งช่างมาสร้างสถาบันวิทยาศาสตร์ให้กับรัฐบาลไทยด้วย   สมัยก่อนเราเป็นอควาเรี่ยมที่ใหญ่ที่สุด แต่ปัจจุบันเป็นระบบปิด ระบบปิดคือเหมือนตู้ปลาใหญ่ๆ ใบหนึ่ง ซึ่งของที่อื่นจะสามารถดันน้ำทะเลเข้าออกโดยตรงแต่ของเราจะต้องใช้น้ำจากที่อื่น ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ไปเอาน้ำที่บางพระ หน้าฝนความเค็มน้ำไม่ถึงต้องไปเอาน้ำทะเลที่แสมสาร  น้ำเค็มที่เราใช้ก็ไว้เติมในตู้ปลา  หรือในห้องปฏิบัติการได้มีการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ
          เมื่อเริ่มดำเนินการก็พยายามคิดว่าจะทำออกมารูปแบบไหนเพราะทะเลมันกว้างใหญ่ 
ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้แบ่งทะเลออกเป็นส่วนๆ เป็นระบบนิเวศต่างๆ ระบบนิเวศก็เหมือนบ้านหรือที่อยู่อาศัยของปลา โดยการทำงานของที่นี่เริ่มที่เขตน้ำขึ้นน้ำลง ว่าสัตว์อะไรอาศัยอยู่ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ่อยมาก วันละ  2 รอบ เดี๋ยวน้ำก็ลงและก็ขึ้นอีก  ปลาก็ต้องว่ายน้ำให้เร็ว พอน้ำลงก็ต้องว่ายน้ำตามลงไปให้ได้ สัตว์ทะเลที่อยู่ตามหน้าดินพวกปู พวกหอย ก็ต้องฝังตัวลงไปในหน้าดิน เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะเผาให้ตายหมด
          และเมื่อเข้าไปภายในเราก็จะเห็นระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์  สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ  ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทยทั้งหมด  สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ  พอเราได้เป็นแหล่งการเรียนรู้  ในแต่ละวันก็จะมีโรงเรียนต่างๆ เข้ามาดู เด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของท้องทะเลโดยในแต่ละวันเราก็จะจัดหาวิทยากรเพื่อให้ความรู้กัเด็ก 



     สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง  ตามปกติแล้วระดับน้ำของทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำทุกวัน คือ วันละ ครั้งหรือสองครั้ง เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยเราทราบได้จากการสังเกตในเวลาที่มี น้ำขึ้น-น้ำลง ตามชายฝั่งหรือตามเกาะต่าง ๆโดยทั่ว ๆ ไปบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง จะมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลงนั้น จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งเราสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น หาดทราย หาดหิน และหาดโคลน เป็นต้น
            __________________________________________________________________




        ปลาในแนวปะการัง   บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความ อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้ เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบ ซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร นอกจากนี้แล้ว ยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบ โตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวย งาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาผีเสื้อ และปลาโนรี เป็นต้น 

                 
               ______________________________________________________________________________



        การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในทะเลเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบน บกคือ มีการอยู่ร่วมกัน และพึ่งพาอาศัยกัน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การอยู่ร่วมกันแบบที่ เรียกว่า "ซิมไบโอซิส" (Symbiosis) ซึ่งหมายถึงการที่สิ่ง มีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่รวมกัน หรืออยู่ ปนกันโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่ง กันและกัน เช่น ปลาการ์ตูน หรือ ปลาอินเดียแดงสามารถอยู่ร่วมกับ ดอกไม้ทะเล ได้ โดยที่ปลา เหล่านี้จะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบ ภัยและสืบพันธุ์ ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้รับ ประโยชน์จากปลาโดยการล่อเหยื่อหรือชัก นำเหยื่อให้เข้ามาใกล้พอที่ดอกไม้ทะเล จะจับเป็นอาหารได้
        ______________________________________________________________________




    สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็ม เป็นสัตว์ โครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัว และ บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก เพื่อป้องกัน อันตราย และใช้ยึดของกล้ามเนื้อ เช่น หอย หมึก กุ้ง หนอนทะเล และ ฟองน้ำ  สัตว์จำพวกนี้ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งขนาด รูปร่าง ที่ อยู่อาศัย และอุปนิสัยในการกินอาหาร บางชนิดมี อันตราย แต่หลายชนิดก็มีประโยชน์ และมีความสำคัญ 

_______________________________________________________________________________


      ปลาเศรษฐกิจ ในทะเลและมหาสมุทรเขตร้อนเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีปลาชุกชุม และปลาหลายชนิดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับประเภทของปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
          1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร ส่วนมากเป็นปลาที่พบเห็นโดยทั่วไป  เช่น ปลากะรัง หรือที่เรียกกันว่า "ปลาเก๋า" นอกจากนี้ก็มีปลากะพง ชนิดต่าง ๆ ปลาอีคุด ปลาสีขน ปลาสร้อยนกเขา และ ปลาหูช้าง เป็นต้น
          2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่าน้ำลึก ปลา ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม  ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย 


          นอกจากนี้แล้วม้าน้ำซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งด้วย เพราะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้และยังส่งเป็นสินค้าออกในรูปของการตากแห้ง เพราะว่าม้าน้ำนี้ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของยาจีน  ม้าน้ำ เป็นปลาที่มีลักษณะพิเศษ คือ ม้าน้ำตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องเป็นที่สำหรับฟักไข่ที่ได้รับการผสมด้วยเชื้อตัวผู้แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่สำหรับให้ตัวอ่อนของลูกม้าน้ำเจริญเติบโตอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งจนกว่ามันจะช่วยตัวเองได้ จึงจะออกมาอาศัยอยู่ภายนอก 
             _______________________________________________________________



        ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย  รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์โดยทั่วไปปลาทะเลต่าง ๆ นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัว หรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม ปลาฉลามกบหรือฉลามแมว ปลาอุบ และ ปลากะรังหัวโขน เป็นต้น 

             __________________________________________________________________________



           ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร  ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีที่กำบังและหลบภัย  ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร  เช่น ปลาคอด เป็นต้น


          ______________________________________________________________________



         นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสื่อต่างๆ ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาชมที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มากมาย
                  สื่อประเภทวัสดุ      เช่น ป้ายนิเทศ  รูปภาพ  ของจำลอง  ของจริง ฯลฯ
                  สื่อประเภทอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์  ฯลฯ
                  สื่อประเภทวิธีการ   เช่น  การสาธิตการให้อาหารปลา  ฯลฯ


             ก่อนกลับมอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรผู้ให้ความรู้  สำหรับในวันนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเรื่องระบบนิเวศในแนวปะการัง กลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล กลุ่มของปลาเศรษฐกิจคือปลาที่ว่ายในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอินทรีย์  สัตว์ทะเลรูปร่างแปลกและมีพิษ  ปลาในมหาสมุทร ปลาในอ่าวไทย   และได้พบเห็นกับสัตว์น้ำเค็มที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างหน้าตาแปลก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สัปดาห์ที่ 2_ ศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้


1. หลังศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ให้นิสิตทำกิจกรรมดังนี้ 


         1.1 จากแหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง ให้แบ่งประเภทของแหล่งการ เรียนรู้ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ/อาคารสถานที่/บุคคล/วิธีการ 


จัดเป็น­­­­­­­­­­­แหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคเหนือ
          จังหวัด
1. ห้องสมุดประชาชน
                                                    เชียงใหม่
2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี
                                                    พิษณุโลก
3. สวนสัตว์เชียงใหม่
                                                    เชียงใหม่
4. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
                                                    เชียงใหม่
5. ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อยเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง
                                                    แพร่
แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                          จังหวัด
6. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร
                                                   มุกดาหาร
7. พระธาตุเรืองรอง                                                
                                                   ศรีสะเกษ
8. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี            
                                                   อุบลราชธานี
9. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                   ขอนแก่น
10.สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
                                                   มหาสารคาม
11. สวนสัตว์นครราชสีมา
                                                   นครราชสีมา
 แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคกลางและตะวันออก
                                            จังหวัด
12. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
                                      ฉะเชิงเทรา
13. ห้องสมุดประชาชนจังหวัด เฉลิมราชกุมารี” อำเภอเมืองราชบุรี
                                                  ราชบุรี
14. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
                                                  กรุงเทพมหานคร
15. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
                                                  นครปฐม
16. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
                                                  ปทุมธานี
17. เมืองโบราณ
                                                  สมุทรปราการ
18. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
                                                  ชลบุรี
19. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป
                                      กรุงเทพมหานคร
20. หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
                                      กรุงเทพมหานคร
21. หอศิลปวิทยนิทรรศน์
                                      กรุงเทพมหานคร
22. สวนสัตว์ดุสิต
                                      กรุงเทพมหานคร
23. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
                                      ชลบุรี
24. ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
                                      กรุงเทพมหานคร
25. หอสมุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์
                                                  นครนายก
26. ศูนย์ฝึกและพัฒนาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
                                                  ชลบุรี
   แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคใต้
                                                      จังหวัด
27. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
                                                 นครศรีธรรมราช
28. ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี
                                                  ภูเก็ต
29. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน
                                                  ภูเก็ต
30. สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)
                                                  ตรัง   
31. สวนสัตว์สงขลา
                                                  สงขลา                                           
      

         1.2 จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ 31 แหล่ง โดยเลือกมา 1 แหล่ง ในประเด็นดังนี้
              

                1.2.1 อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ   










    สวนพฤกษศาสตร์(ทุ่งค่าย)

        ...จังหวัดตรัง...      


องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้   "สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)"

    สวนสัตว์พฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ นักเรียนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจจากสภาพแวดล้อมจริงด้วยตนเองได้ เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ให้เห็นและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และให้เข้าใจความสำคัญของธรรมชาติที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่มนุษย์ เกิดความรักความหวงแหนอันจะส่งผลให้งานด้านอนุรักษ์ของประเทศประสบความ สำเร็จต่อไป จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้โดยเฉพาะ ภายในสวนพฤกษศาสตร์มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช ศูนย์ประชุมทางวิชาการ เป็นต้น นอกจากนี้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้เลือกหลายเส้นทางโดยรอบ แต่ละเส้นทางจะตัดผ่านป่าดิบที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งป่าพรุซึ่งมีพรรณพืชที่น่าสนใจมากมาย



             1.2.2 นิสิตคิดว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก ให้ระบุ


                         กลุ่มเป้าหมายหลัก :  นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป หรือกลุ่มอนุรักษ์


             1.2.3  วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ


                  "ใช้วิธีการบรรยายและการนำชมโดยวิทยากรและมัคคุเทศก์"
                    สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เดิมที่เป็น สวนรุกขชาติทุ่งค่าย มีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน จำแนกตามประเภทของพันธ์ไม้ เพื่อให้เกิดเรียนรู้ โดยมีการจัดแยกได้ ดังนี้...



ตัวอย่าง

  สวนอนุกรมวิธาน : แหล่งรวบรวมพันธุ์พืชถิ่นใต้
 
 สวนสัณฐานวิทยา : แหล่งเรียนรู้ลักษณะต่าง ๆ ของพืช

  สวนกล้วยไม้ : สวนรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ต่าง ๆ
     
  สวนพืชทนแล้ง : แหล่งรวมพืชที่ปรับตัวได้ 
  สวนพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน : สวนรวมการใช้ประโยชน์ต่าง ๆ                  จากพืช
  

  สวนรวมพรรณไม้แห่งความรัก : พื้นที่ปลูกต้นไม้ของคู่รัก ที่เข้าร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร
 
 สวนเฟิร์น
             
  พืชกินแมลง

 
 พืชวงศ์ปาล์ม

 
 พืชวงศ์ยาง       

              

                1.2.4 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ 

                           ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด  เรียกสะพานนี้ว่า สะพานศึกษาเรือนยอดไม้  

 


         สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย)  อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว  มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่  พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ  มีป่าพรุและทุ่งหญ้า  เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน แห่งของภาคใต้ จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ



     
มีเส้นทางเพื่อเดินศึกษาธรรมชาติ (Canopy Walk Way) บริเวณโดยรอบ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ คือ เส้นทางสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ โดยสะพานมีความยาว 175 เมตร ความสูง ระดับ ตั้งแต่ 10 – 18 เมตร ประกอบด้วย ช่วงสะพาน และ หอคอย





       
   นอกจากนี้ ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทาง 1,200 เมตร เป็นไม้พื้นล่างที่ขึ้นได้ดีในพื้นที่ลุ่มชุ่มน้ำ เช่น ไผ่ หวาย ระกำ หลุมผี หม้อข้าวหม้อแกงลิง และยี่โถปีนัง เป็นต้น



    และจากแหล่งศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ยังกลายเป็แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดตรัง และพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่

 


            1.2.5  มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียนอย่างไร   



                          วิธีการเรียนรู้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน คือ เด็กเยาวชนสามารถสัมผัสและเรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ตามเส้นทางการเรียนรู้ที่จัดให้ ซึ่งจะทำให้เพลิดเพลินตื่นเต้นไปกับสิ่งที่ได้เห็น ถึงความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ต้นไม้ และพืชต่างๆ ที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจในธรรมชาติและรู้สึกหวงแหน และร่วมมือกันอนุรักษ์ต่อไป


                     1.2.6 สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย 


                          เชื่อมโยงกับการศึกษาตามอัธยาศัย  โดยการเปิดให้เยี่ยมชมได้ต่อเนื่อง เป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่เน้นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ และได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และเรียนรู้สังคมพืชระดับเรือนยอดไม้ ของต้นไม้สูง ๆ ได้อย่างชัดเจนในระดับสายตา ไม่ว่าจะเป็น ใบ ดอก และผล รวมถึงเห็นสัตว์ป่าจำพวกนก กระรอก กระแต ลิง ค่าง โดยไม่ต้องแหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วใช้กล้องส่อง



    *************************************************************************************


          2. หลังจากศึกษาเนื้อหาแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคลให้นิสิต Download Clip VDO เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล คนละ 2 ClipVDO พร้อมนำเสนอบน Weblog พร้อมอธิบาย องค์ความรู้ที่ได้/รางวัลที่ได้รับ/จุดเด่น 





                                        (ผู้ริเริ่มปลูกผักสลัดเมืองหนาวปลอดสารพิษ)

                                                          นายไกร ชมน้อย       
                          วัย 
58 ปี ปราชญ์เดินดินอยู่กินแบบพอเพียงแห่งบ้านไทยสามัคคี                                                                                อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  
    
                                        

 อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watchv=9uLZnNAuc2k      

                       

 องค์ความรู้ที่ได้

   

           สวนผักปลอดสารพิษสวนลุงไกร แห่งวังน้ำเขียว ผู้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางเกษตรกร ในการปลูกผักสดปลอดสารพิษสวยๆ ส่งขายที่เห็นอยู่ในร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังต่างๆมากมายหลายแห่งจะมาจากสวนบนดินธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาของลุงไกร ชมน้อย ตัวอย่างเช่นผักสลัด สลัดแก้ว สลัดคอร์ส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดลีฟ บัตเตอร์เฮด และผักชนิดอื่นๆ อีกมาก  สวนลุงไกรเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าผักสลัดเมืองหนาวปลอดสารพิษบ้านสุขสมบูรณ์ อยู่ที่ 111 ม.2 ต.ไทยสามัคคี  เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเรื่องการผลิตผักปลอดสารพิษ และเป็นแหล่งปลูกผักสลัด ทั้งสลัดใบเขียว ใบแดง สลัดแก้ว สลัดใบแดงหยิกฝอย ฯลฯ  


    ลุงไกร เคยไปทำงานด้านช่างในต่างประเทศ ทำให้ได้พบเห็นการเกษตรในที่ต่างๆ จึงตัดสินใจปลูกผักสลัด ทั้งที่ยังไม่มีความรู้ด้านการเกษตรเลยช่วงนั้นคนมองว่าบ้าเอาผักเมืองหนาวมาปลูกในแผ่นดินอีสาน แต่ไม่เคยสนใจ เอาความวิริยะบวกความเพียรเพาะปลูกโดยใช้เมล็ดเพาะบนพื้นที่ 1 ตร.ม.จะได้ผัก 12 กอ ต้องคำนวณว่าในแต่ฤดูได้กอละกี่ขีดแล้วใช้วิธีขายตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางช่วงแรกติดต่อส่งผักเข้าเลมอนฟาร์ม ซึ่งต้องการสัปดาห์ละ 300 กก. ทำให้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผักอย่างที่ลูกค้าต้องการ ไม่จำเป็นต้องเน้นปริมาณ  ผักบางชนิดราคาในตลาด กก.ละ 300 บาท  ได้พยายามมองหาผักใหม่ๆ มาทดลองปลูกอยู่เสมอและประเมินความต้องการของตลาด โดยการปลูกผักใกล้เคียงกับธรรมชาติ  ให้เกิดความสมดุล ให้ผักมันควบคุมของมันเองโดยที่เราไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง การรดน้ำผมก็ใช้ระบบเดินฉีด บางทีหนอนกำลังกินใบอยู่แรงดันน้ำจะทำให้หนอนตกลงไปกองอยู่กับพื้น พวกนี้มันอยู่ตรงไหนก็ตรงนั้น เมื่อตกดินก็กินดินเป็นการลดต้นทุนไปในตัว
                                  
     ความแตกต่างของการทำสวนของลุงไกร ที่ไม่มีใครเหมือนคือคำพูดที่ว่า "ผักของผมโตได้ด้วยเสียงเพลง" เพราะลุงไกรจะนั่งบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้ผักฟัง เปิดลำโพงเสียงกำลังดีไม่ดังเกินไปไม่เบาเกินไป ทำให้ได้ผักคุณภาพดีมากมายถูกส่งจากสวนของลุงไกรไปยังสถานที่ต่างๆ มานานหลายปี


รางวัลที่ได้รับ

            * ลุงไกร ชมน้อย ได้รับการยกย่องว่าเป็น เกษตรศิลปินแห่งวังน้ำเขียว

            * ปรัชญาแนวคิดของลุงไกร ได้รับการยกย่องทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ ลุงไกรได้รับใบประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง


จุดเด่น 

            นายไกร ชมน้อย เป็นผู้ที่มีวิริยะและความเพียร ได้พยายามมองหาผักใหม่ๆ มาทดลองปลูกอยู่เสมอและประเมินความต้องการของตลาด รวมทั้งยังใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข จุดเด่นของสวนลุงไกรนั้น นอกจาก นักท่องเที่ยวจะได้เลือกซื้อผักปลอดสารพิษที่เก็บมาจากแปลงสดๆ  ก็จะมีการโชว์เพลงสไตล์คันทรี่ ร้องเพลงให้ผักและนักท่องเที่ยวฟัง  ลุงไกร จึงได้รับการขนามว่า "เกษตรกรศิลปิน" และ แม้ลุงจะรักในความเป็นศิลปิน แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งอาชีพเกษตรกรรม จึงถือเป็นเกษตรศิลปินที่น่ายกย่องและน่าเอาเป็นแบบอย่าง





                                                 วิเชียร คำเจริญ หรือ ลพ บุรีรัตน์
                             ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง)
 
                                        เกิดที่ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
 
            


                         อ้างอิงจาก : http://www.youtube.com/watch?v=2631rZ5N7Vs
                                                               

องค์ความรู้ที่ได้

             
         ครูลพ บุรีรัตน์ เป็นครูเพลงผู้ที่มีฝีมือการรังสรรค์ตัวอักษร  แต่กว่าครูเพลงผู้นี้ที่จะก้าวขึ้นมายืนแถวหน้า ครูลพต้องฝ่าฝันอุปสรรคในชีวิตมาไม่น้อย ได้พบกับแรงกดดันเพราะเป็นนักร้องไม่ได้ จึงผลันตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลง จนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาเดินมาไกลอย่างทุกวันนี้ และด้วยกำลังใจที่ดีทำให้เขาลุกขึ้นได้ในวันที่เขาล้ม
           ครูลพ บุรีรัตน์ ได้รับการยอมรับความนิยมลือลั่นในวงการเพลงลูกทุ่ง เมื่อประพันธ์เพลง ให้ราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ขับร้อง อาทิ เพลง ดาวเรืองดาวโรย สาวนาสั่งแฟน กระแซะเข้ามาซิ อื้อฮื้อหล่อจัง ผู้ชายในฝัน ห่างหน่อยถอยนิด พี่ไปดูหนูไปด้วย สยามเมืองยิ้ม หนูไม่รู้หนูไม่เอา เป็นต้น เทคนิคการประพันธ์เพลงของครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสื่อความหมายได้ชัดเจน สนุกสนาน ถ้าจะมองว่ามีลักษณะสองแง่อยู่บ้าง แต่ครูลพ บุรีรัตน์ จะใช้เทคนิคในการประพันธ์ บังสองแง่เอาไว้ ไม่บอกออกมาตรง ๆ คนฟังจะต้องนำไปคิดเอาเองตามภูมิหลังของตน ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการที่ดี

 

       นอกจากนี้ครูลพ บุรีรัตน์ จะถือคติ ในการประพันธ์เพลงว่า นอกจากผู้ฟังจะได้รับความสนุกสนานจากการฟังเพลงแล้ว ผู้ฟังจะต้องได้ข้อคิด จากการฟังเพลงของเขาไปพร้อมกันด้วย อาทิ เพลง ทรัยพ์สินคนเก่า เป็นคติเตือนใจให้คนไทยรักษามรดก ภูมิปัญญาของบรรพชน รักชาติ ไม่ทุจริตคดโกง เพื่อชาติไทยจะได้วัฒนาถาวรตลอดไป ผลงานของครูลพ บุรีรัตน์ มีมากกว่า 2,000 เพลง มีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งประเภทเพลงลูกทุ่งแนวสนุกสนาน แนวรัก แนวสร้างสรรค์ แนวเพลงเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่า
  

รางวัลที่ได้รับ  

      * พ.ศ.2520 ได้รับพระราชทานรางวัลเสาอากาศทองคำจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ผลงานประพันธ์คำร้องยอดเยี่ยม เพลง ข้า ฯ คือไทย ขับร้องโดยก้องเพชร แก่นนคร
      *  พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผลงานประพันธ์คำร้องยอดเยี่ยม เพลงรางวัลนักรบ ขับร้องโดย ยอดรัก สลักใจ
      *  พ.ศ.2525 ได้รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ พร้อมโล่เชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานฉลอง 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ผลงานประพันธ์คำร้อง สร้างสรรค์สังคมเพลง ทำดีสักทีเถอะน่า ขับร้องโดย ทรงกลด จันทร์เวช และเพ็ญจันทร์ พินิจค้า นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลศิลปิน ตัวอย่างสาขาประพันธ์เพลงลูกทุ่งอีก 1 รางวัล
      *  พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานรางวัลผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 1 รวม 2 เพลง คือ เข้าเวรรอ ขับร้อง โดย ศรเพชร ศรสุพรรณ และเพลงสาวนาสั่งแฟนขับร้องโดยพุ่มพวง ดวงจันทร์  
     * พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องเพลง พลบค่ำ แล้วมอบให้ครูลพ บุรีรัตน์ ประพันธ์ทำนองเพลง 
     * พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ประพันธ์คำร้องและทำนองเพลงดีเด่นถึง 3 เพลง ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยสืบสานคุณค่า วัฒนธรรมไทย ประกอบด้วยเพลง ทรงมหาเสน่ห์ ขับร้องโดยลัดดาวัลย์ ประวัติวงศ์ แบ่งกันคนละครึ่ง ขับร้องโดย ยอดรัก สลักใจ หลงมนต์คนเอฟเอ็ม ขับร้องโดยสิรินทรา นิยากร
      * พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานรางวัล ผู้ประพันธ์เพลงดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรม ราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2ผลงานเพลงสยามเมืองยิ้ม ขับร้องโดยพุ่งพวง ดวงจันทร์
     * พ.ศ.2539 ได้รับยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะผู้ประพันธ์เพลงรณรงค์วัฒนธรรมไทย ด้วยผลงานเพลงถึง 3 เพลง คือ เอกลักษณ์ไทยย่องเมืองเท่ เท่ และ พระเทพฯ ทรงบุญ
    
*
 พ.ศ.2548 ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง) ประจำปี พ.ศ.2548


จุดเด่น 

           ครูลพ บุรีรัตน์  เป็นบุคคลตัวอย่าง ที่รังสรรค์ผลงานเพลงออกมามากมาย ด้วยอุปนิสัยและพรสวรรค์ที่รักในการแต่งเพลง รวมทั้งการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสื่อความหมายได้ชัดเจน สนุกสนาน จึงนับได้ว่าเป็นนักแต่งเพลงที่มีคุณภาพท่านหนึ่ง  และได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง  (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง)  จนกระทั่งปัจจุบันนี้